แผนงาน/โครงการ

แนวทางการจัดกระบวนการจัดการเรียนรู้ตามจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ด้านอ่านออก เขียนได้ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๖

แนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้ตามจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน

ตอนที่ ๑ สภาพโรงเรียน

             ๑.๑ บริบทของโรงเรียน

โรงเรียนบ้านบอนสหราษฎร์อุทิศ มีนักเรียน ๑๕๐คน ครูและบุคลากรทางการศึกษา    ๑๐ คน สภาพโรงเรียนค่อนข้างเป็นโรงเรียนชนบท ตั้งอยู่ในชุมชนห่างไกลจากตัวเมือง ถึงแม้จะมีถนนคอนกรีตตัดผ่าน แต่หมู่บ้านตั้งอยู่ในเขตอำเภอที่ประชากรมีสภาพทางเศรษฐกิจไม่ค่อยดี ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา นักเรียนส่วนใหญ่มีฐานะทางครอบครัวยากจนอาศัยอยู่กับปู่ย่าตายาย เนื่องจากพ่อแม่ไปทำงานต่างต่างจังหวัด ส่วนหนึ่งเป็นเด็กที่มีครอบครัวแตกแยก พ่อแม่หย่าร้าง ขาดความเอาใจใส่และสนับสนุนในเรื่องการเรียน ทำให้สัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ โดยเฉพาะการอ่าน การเขียนของนักเรียน

.๒ จุดเด่นของโรงเรียน

ด้านผู้บริหาร/โรงเรียน/การบริหารจัดการ

โรงเรียนบ้านบอนสหราษฎรอุทิศ เป็นโรงเรียนในโครงการพระราชดำริ ซึ่งได้รับการสนับสนุนในทุกด้าน ทำให้โรงเรียนมีความพร้อมทั้งด้านภูมิทัศน์ อาคาร สถานที่ มีบรรยากาศ ร่มรื่น น่าอยู่ น่าเรียนมีห้องปฏิบัติการครบถ้วน สมบูรณ์ ผู้บริหารมีคุณธรรม มีวิสัยทัศน์ มีภาวะผู้นา บริหารโดยใช้หลักธรรมาภิบาล บริหารจัดการโดยใช้ การร่วมมือ บ้าน วัด โรงเรียน มีมาตรฐาน ผู้บริหารมีอิสระในการบริหารทางการเงิน มีโครงสร้างการบริหารชัดเจน และมีระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน

ด้านวิสัยทัศน์

จากวิสัยทัศน์ของโรงเรียนที่นำเสนอไว้ข้างต้นจะเห็นได้ว่า โรงเรียนมีจุดเน้นเกี่ยวกับการพัฒนานักเรียนเป็นคนมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา โดยการจัดการเรียนการสอนทั้งทางด้านความรู้ และคุณธรรม นอกจากนี้ยังเห็นความสำคัญของการส่งเสริมให้นักเรียนมีนิสัยรักการอ่าน ดังนั้นโรงเรียนจึงเน้นการอ่าน การเขียน และได้ดำเนินการจัดทำโครงการเกี่ยวกับการพัฒนาการอ่าน การเขียน ตามจุดเน้นของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ได้ประกาศใช้เกี่ยวกับจุดเน้น สู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน เพื่อขับเคลื่อนหลักสูตร การจัดการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล

ด้านครู

ครูมีคุณธรรม ดูแลเอาใจใส่นักเรียน มีสัมพันธภาพที่ดี มีความรู้ความสามารถ ตรงกับงาน มีทักษะทางวิชาการ ให้การดูแลช่วยเหลือนักเรียนเป็นรายบุคคล จัดการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับการพัฒนาสมอง (BBL) มีการนำภูมิปัญญาท้องถิ่น มาใช้อย่างหลากหลาย

.๓ จุดที่ต้องพัฒนาและแนวทางการพัฒนา

จุดที่ต้องพัฒนา

ด้านผู้บริหาร/โรงเรียน/การบริหารจัดการ

โรงเรียนต้องจัดหา /ปรับปรุงภูมิทัศน์เป็นแหล่งเรียนรู้ สื่อ ICT เน้นความร่วมมือจากเครือข่าย ภูมิปัญญาท้องถิ่นและชุมชน

ด้านครู

พัฒนาทักษะการอ่าน การเขียนของนักเรียนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เน้นทักษะการคิด ปฏิบัติจริง เน้นความแตกต่างระหว่างบุคคล

 

ด้านนักเรียน

นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ต่ำ ขาดทักษะการคิดขั้นพื้นฐาน อ่านไม่คล่อง เขียนไม่คล่อง

แนวทางการพัฒนา

ด้านผู้บริหาร/โรงเรียน/การบริหารจัดการ

สถานศึกษาใช้ ยุทธศาสตร์ สพฐ ๔ ยุทธศาสตร์ มีการประกันคุณภาพภายในอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมให้มีข้อมูลสารสนเทศที่เป็นปัจจุบัน จัดกิจกรรมอย่างหลากหลาย เช่น ศึกษาวิถีชีวิตของชุมชน ทำ MOU กับสถาบันอื่น เช่น งานช่าง กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี ร่วมกับวิทยาลัยเทคนิค จัดหา และทำทะเบียน แหล่งเรียนรู้ สื่อ ICT และภูมิปัญญาท้องถิ่น ส่งเสริม สนับสนุน ผู้สอนให้ได้รับการพัฒนาความรู้อย่างสม่ำเสมอ โดยการอบรม ศึกษาดูงาน ส่งเสริมการจัดกิจกรรมการอ่านอย่างหลากหลาย

ด้านครู

ครูผู้สอนใช้วิจัยเพื่อ พัฒนา การอ่านคล่อง เขียน คล่อง ของนักเรียนอย่างต่อเนื่อง วิเคราะห์นักเรียนเป็นรายบุคคล สร้างแบบฝึก ออกแบบนวัตกรรมด้านการพัฒนาการอ่าน จัดหาสื่ออย่างหลากหลาย พัฒนาทักษะการอ่าน การเขียนของนักเรียนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เน้นทักษะ การคิด ปฏิบัติจริง เน้นความแตกต่างระหว่างบุคคล ส่งเสริมให้ค้นคว้าจากการสืบค้น อย่างหลากหลาย

ด้านนักเรียน

นักเรียนได้พัฒนาด้านการอ่าน การเขียน และทักษะการคิดขั้นพื้นฐานได้สืบค้นอย่างหลากหลายได้เรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกห้องเรียน

ตอนที่ ๒ กระบวนการจัดการเรียนรู้ตามจุดเน้น

๒.๑ จุดเน้นในการพัฒนา

ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๓ พัฒนาการอ่านได้ เขียนได้

ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔-๖ พัฒนาการอ่านคล่อง เขียนคล่อง

๒.๒ กิจกรรมการพัฒนานักเรียนตามจุดเน้น (โครงการ/กิจกรรม)

             โครงการพัฒนาการอ่านออก เขียนได้ อ่านคล่อง เขียนคล่อง

หลักการและเหตุผล

ภาษาไทยเป็นเอกลักษณ์ของชาติ เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมอันก่อให้เกิดความเป็นเอกภาพและเสริมสร้างบุคลิกภาพของคนในชาติให้มีความเป็นไทย เป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ทาให้สามารถประกอบกิจธุระ การงาน และดำรงชีวิตร่วมกันในสังคมประชาธิปไตยได้อย่างสันติสุข และเป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ ประสบการณ์ จากแหล่งข้อมูลสารสนเทศต่างๆ เพื่อพัฒนาความรู้ พัฒนากระบวนการคิดวิเคราะห์ วิจารณ์ และสร้างสรรค์ ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม และความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ตลอดจนนำไปใช้ในการพัฒนาอาชีพให้มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังเป็นสื่อแสดงภูมิปัญญาของบรรพบุรุษด้านวัฒนธรรม ประเพณี และสุนทรียภาพ เป็นสมบัติล้ำค่าควรแก่การเรียนรู้ อนุรักษ์ และสืบสานให้คงอยู่คู่ชาติไทยตลอดไป (กระทรวงศึกษาธิการ.๒๕๕๑) ภาษาไทยเป็นทักษะที่ต้องฝึกฝนจนเกิดความชำนาญในการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อนำไปใช้ในชีวิตจริง การอ่าน และการเขียนมีความสำคัญอย่างมากที่จะต้องได้รับการพัฒนาอย่างเร่งด่วน เนื่องจากพบว่าโรงเรียนต่างๆ มีปัญหาด้านการอ่าน การเขียน

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้เล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าวจึงได้ประกาศจุดเน้นการพัฒนานักเรียนด้านการอ่าน และการเขียน ดังนี้

ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๓ เน้นการอ่านออก เขียนได้

ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔-๖ เน้นการอ่านคล่อง เขียนคล่อง

ดังนั้นโครงการพัฒนาการอ่านออก เขียนได้ อ่านคล่อง เขียนคล่อง เป็นโครงการหนึ่งที่ตอบสนองของจุดเน้นดังกล่าว โดยได้กำหนดกิจกรรมแต่ละช่วงวัย ดังนี้

๑. กิจกรรมเตรียมความพร้อม

๒. กิจกรรมตามโครงการ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 มีดังนี้

– กิจกรรมเขียนคำคล้องจอง บทร้อยแก้ว และร้อยกรอง

– กิจกรรมเขียนสร้างสรรค์

– กิจกรรมเขียนเรื่องจากภาพ

– กิจกรรมอ่านหนังสือให้ผู้ปกครอง พ่อแม่ฟัง

– กิจกรรมหนังสือเล่มเล็ก

๓. การวัดและประเมินผล การวัดประเมินผลตามลักษณะกิจกรรมและตามสภาพจริง

๒.๓ การจัดตารางเรียน

ในการจัดตารางเรียนเพื่อนำกิจกรรมต่างๆ ตามโครงการพัฒนาการอ่านออก เขียนได้ อ่านคล่อง เขียนคล่อง ไปใช้กับโรงเรียนอย่างเป็นรูปธรรม สามารถจัดกิจกรรมต่างๆ ในเวลาเรียน และนอกเวลาเรียน โดยคำนึงถึงอัตราส่วนจัด ในเวลาเรียน ๗๐ เปอร์เซ็นต์ และนอกเวลาเรียนอีก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ โรงเรียนสามารถยืดหยุ่นเวลาในการจัดกิจกรรมต่างๆ ได้ตามความเหมาะสม สำหรับช่วงชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๓ มุ่งการอ่านออก เขียนได้ ควบคู่กับการพัฒนาด้านจิตใจและอารมณ์ทุกชั้น เพื่อพัฒนาผู้เรียนในด้านการอ่านการเขียน การจัดการเรียนการสอน จึงบูรณาการ การอ่าน การเขียนกับทุกสาระการเรียนรู้ สำหรับช่วงชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔-๖ มุ่งให้ผู้เรียนอ่านคล่อง เขียนคล่อง โดยคำนึงถึงอารมณ์ของผู้เรียน มีความสัมพันธ์กับการเรียนรู้ และสมองต้องพร้อมกับการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาการอ่านคล่อง เขียนคล่อง แสวงหาความรู้และสามารถสื่อสารได้ตามช่วงวัย

.๔ แนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้ (กระบวนการจัดที่จะช่วยให้ผู้เรียนได้พัฒนาตามเป้าหมายของจุดเน้น)

๑. ผู้บริหารแจ้งจุดเน้นของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้านการอ่าน การเขียน ให้ครูทุกคน คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครองทราบโดยการทำหนังสือ ติดประกาศตามบอร์ดประชาสัมพันธ์ ตามห้องเรียน

๒. ประชุมครู ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษาทุกคน เพื่อร่วมกันวางแนวทางในการพัฒนาด้านการอ่าน การเขียนของนักเรียน

๓. กำหนดโครงการกิจกรรมเพื่อพัฒนาฯ ไว้ในตารางเรียนในกิจกรรมที่สามารถจัดไว้ในตารางเรียนได้ และกิจกรรมนอกเวลาเรียนให้ชัดเจน

๔. แจ้งให้นักเรียนทราบว่าจะมีการจัดกิจกรรมพัฒนาด้านการอ่าน การเขียน แจกตารางเรียนกำหนดการจัดกิจกรรม โดยให้นักเรียนตระหนักถึงความสำคัญในการทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อประโยชน์ของนักเรียนทุกคน

๕. ดำเนินการจัดกิจกรรมพัฒนาด้านการอ่าน การเขียนทุกระดับชั้นทุกวัน และตามตารางที่ได้กำหนด โดยดำเนินการดังนี้

๕.๑ ทดสอบการอ่าน การเขียน เก็บข้อมูลไว้เพื่อเปรียบเทียบพัฒนาการ

๕.๒ ดำเนินกิจกรรมทุกกิจกรรมตามตารางเรียน

๕.๓ ทดสอบการอ่าน การเขียน

๕.๔ เปรียบเทียบพัฒนาการด้านการอ่าน การเขียน

๖. เมื่อดำเนินการครบทุกกระบวนการแล้ว ยังพบว่ามีนักเรียนที่เป็นปัญหา อ่านไม่ได้ เขียนไม่ได้ อ่านไม่คล่อง เขียนไม่คล่อง ให้ครูประจำชั้นหรือครูภาษาไทย ดำเนินการแก้ปัญหาโดยใช้กระบวนการวิจัยเข้ามาแก้ จนสามารถทำให้นักเรียนกลุ่มนี้ อ่านได้ เขียนได้ อ่านคล่อง และเขียนคล่อง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: